ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบข้อเสนอเพิ่มเติมโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เสนอ ดังนี้
1. เพิ่มเติมกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ ปี 2569 โดยนำกลุ่มผู้ไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรฯ) ที่เป็นกลุ่มชายขอบ/กลุ่มตกหล่น (กลุ่มชายขอบ) ซึ่งกระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้มีการสำรวจในช่วงการลงทะเบียน (ระหว่างวันที่ 4 – 21 มิถุนายน 2569) จำนวน 5.4 ล้านคน เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติตามโครงการฯ ปี 2569 ต่อไป
2. ไม่นำเกณฑ์คุณสมบัติข้อ 3 บุคคลที่ไม่เข้าข่ายได้รับสิทธิ ข้อย่อย 3.12 บิดา มารดาของผู้มีเงินได้ ที่ผู้มีเงินได้ได้ใช้สิทธิหักลดหย่อนเงินได้พึงประเมินสำหรับค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดา มารดามาเป็นเกณฑ์คุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 เนื่องจากอาจจะกระทบต่อผู้มีเงินได้และบิดามารดาของผู้มีเงินได้ตามสิทธิฯ ในปัจจุบัน
3. ปรับปรุงเกณฑ์คุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 จาก “ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือ มีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด” เป็น “ไม่มีวงเงินสินเชื่อ หรือมีวงเงินสินเชื่อรวมทุกประเภทหนี้และรวมทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ตามระบบฐานข้อมูลบริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด โดยไม่รวมวงเงินสินเชื่อเพื่อการเกษตรกรรมเนื่องจากสินเชื่อภาคการเกษตรมีลักษณะแตกต่างจากสินเชื่อทั่วไป โดยเป็นสินเชื่อที่ผูกพันตามรอบฤดูกาลเพาะปลูก และในบางกรณีเป็นการเยียวยาบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ ไม่สะท้อนถึงความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อหรือฐานะทรัพย์สินของผู้มีเงินได้ เช่นเดียวกับสินเชื่อประเภทอื่น
4. กำหนดให้ผู้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคุณสมบัติโครงการฯ ปี 2569 เริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ (สิทธิฯ) ดังนี้
– ผู้มีบัตรฯ รายเดิม เริ่มใช้สิทธิฯ ตามโครงการฯ ปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
– ผู้ได้รับบัตรฯ รายใหม่ เริ่มใช้สิทธิฯ ตามโครงการฯ ปี 2569 ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะนำกลุ่มเป้าหมายทั้งหมดไปตรวจสอบคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่ทบทวนข้างต้น และจะประกาศผลการพิจารณาคุณสมบัติในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 6.00 น. ผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ เว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th (หรือ https://welfare.mof.go.th) แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 แห่ง (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย)
(https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/521900)
Facebook : https://www.facebook.com/AntiFakeNewsCenter




