จำนวนผู้เข้าชม 36,387,611

รัฐบาลเพิ่มสิทธิบัตรทองให้ผู้สูงอายุเข้าถึงการรักษา และป้องกันหลายโรค จริงหรือ ?

ตามที่มีข้อมูลในสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับประเด็นเรื่องรัฐบาลเพิ่มสิทธิบัตรทองให้ผู้สูงอายุเข้าถึงการรักษา และป้องกันหลายโรค ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลจริง

รัฐบาลโดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เข้าดูแลผู้ป่วยสูงอายุผ่านสิทธิตามโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือบัตรทอง ที่ครอบคลุมการรักษาพยาบาลและบริการสาธารณสุขที่จำเป็น จากข้อมูลการเข้ารับบริการโดยใช้สิทธิบัตรทอง ล่าสุดในปี 2564 มีผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 9.6 ล้านคน เข้ารับบริการแบบผู้ป่วยในและผู้ป่วยนอกจำนวน 64.2 ล้านครั้ง จากการรับบริการในระบบบัตรทองทั้งหมด 167 ล้านครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่าโรคที่ผู้สูงอายุเข้ารับการรักษาบ่อย ได้แก่ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ข้อเข่าเสื่อม ภาวะสมองเสื่อม หลอดเลือดหัวใจตีบ มะเร็ง และโรคตา เป็นต้น

ในปีงบประมาณ 2566 สปสช. ได้เพิ่มสิทธิประโยชน์บริการสร้างเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ ในรายการจ่ายตามบริการ (Fee Schedule) ดังนี้ บริการวัคซีนป้องกันโรค วัคซีนคอตีบและบาดทะยัก วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่สำหรับผู้อายุ 65 ปีขึ้นไป บริการคัดกรองความเสี่ยง ได้แก่ ประเมินภาวะโภชนาการ โรคซึมเศร้า เบาหวาน ความดันโลหิต โรคหัวใจและหลอดเลือด เอชไอวีและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่ด้วยการตรวจหาเลือดในอุจาระ (Fit-TESIT) การตรวจเนื้อเยื่อในช่องปากในกรณีพบรอยโรคเสี่ยงมะเร็งและมะเร็งช่องปาก การกลายพันธุ์ของยีนมะเร็งเต้านม (สำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมและญาติสายตรง) และคัดกรองวัณโรคใน 7 กลุ่มเสี่ยงสูง ด้วยการเอกซเรย์ปอดในผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไปที่สูบบุหรี่ หรือมีโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) รวมไปถึงบริการทันตกรรมสำหรับผู้สูงอายุ 

ซึ่งในปี 2566 – 2567 สปสช. ได้ร่วม “โครงการฟันเทียม รากฟันเทียม เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 72 พรรษา 28 กรกฎาคม 2567” ที่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับการใส่ฟันเทียมและรากฟันเทียม กรณีที่ฟันเทียมไม่สามารถยึดติดเหงือกได้ ขณะเดียวกันสปสช. ยังมีความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในการดำเนินงานกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่ กองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพระดับจังหวัด ซึ่งรวมไปถึงกองทุนดูแลระยะยาวสำหรับผู้ที่อยู่ในภาวะพึ่งพิงที่รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณดูแลเพิ่มเติมที่ช่วยยกคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากกรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.prd.go.th หรือโทร. 02 618 2323

ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด